สาวๆคนไหนชอบดื่มชากันบ้างคะ? (ผู้เขียนขอยกมือด้วยว่าเป็นคนชอบดื่มน้ำชามากๆอีกคน) นอกจากรสชาติของน้ำชาที่เราหลงไหลกันแล้ว คุณผู้อ่านทราบหรือไม่คะว่าชายังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย (ชาในที่นี้ คือ ชาที่ชงใหม่ๆ ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใช่น้ำชาสำเร็จรูปที่เติมน้ำตาลและแต่งรสชาติให้หวานมาขายบรรจุขวดพร้อมดื่มนะคะ) วันนี้ทางชุมชนผู้หญิงสุขภาพดีจึงมีเรื่องราวของชาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

1.       ชาดำ (Black tea)

ชาดำเป็นชาที่แพร่หลายมากที่สุดชนิดหนึ่ง เกิดจากการเอาใบชาสายพันธุ์ Camellia sinensis มาผ่านกระบวนการบ่มชา อบแห้ง และบดใบชา ชาชนิดนี้จะมีรสชาติขมเล็กน้อย และมีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุดในบรรดาชาด้วยกัน (40 มิลลิกรัมต่อถ้วย) แต่ก็ยังน้อยกว่าในกาแฟค่ะ

ชาดำนั้นจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Theflavins, Thearubigins เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนในการช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย มีการศึกษาพบว่า คนที่ดื่มชาดำประมาณ 3 ถ้วยต่อวัน จะมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันลดลงถึง 21%

2.       ชาเขียว (Green tea)

ชาเขียวนั้นจะมีกลิ่นที่หอมนุ่มนวลกว่ากลิ่นของชาดำ โดยจะมีปริมาณคาเฟอีนที่น้อยกว่าชาดำ คือ 25 มิลลิกรัมต่อชา 1 ถ้วย ชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก เช่น สาร Catechins ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ มีการศึกษาพบว่าการดื่มชาเขียววันละ 1 ถ้วยจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ประมาณ 10% ค่ะ

3.       ชาอูหลง (Oolong tea)

ชาอูหลงนั้นผลิตจากใบชาชนิดเดียวกับชาดำ แต่ผ่านกระบวนการบ่มใบชาที่สั้นกว่า ทำให้ได้รสชาติที่ดีกว่า ชาอูหลง 1 ถ้วยจะมีปริมาณคาเฟอีนประมาณ 30 มิลลิกรัม หลายคนเชื่อว่าชาชนิดนี้ช่วยในการลดน้ำหนัก เพราะสารในชาอูหลงนั้นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ในการย่อยไขมันในกลุ่มไตรกลีเซอไรด์ มีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่ดื่มชาอูหลงจะมีอัตรการเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่าผู้หญิงที่ดื่มน้ำเปล่าเล็กน้อย

4.       ชาขาว (White tea)

ชาขาวได้จากการเก็บใบชาตั้งแต่ยอดชายังอายุน้อยๆ ชาชนิดนี้จะมีกลิ่นอ่อนกว่าชาชนิดอื่นและมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า คือ ประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อถ้วย พบว่าชาที่ชงจากใบชาใส่กาจะมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาที่ชงจากชาที่อยู่ในถุงชาค่ะ

ประโยชน์ของชาขาวนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจเหมือนชาชนิดอื่นๆแล้ว พบว่าชาขาวอาจจะมีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคเบาหวานอีกด้วย เพราะพบว่าผู้ที่ดื่มชาขาวเป็นประจำ จะมี Glucose tolerance ดีขึ้น (ความทนต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลกลูโคสในเลือด หรือพูดง่ายๆก็คือ ร่างกายสามารถปรับตัวให้มีการหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้นั่นเอง) และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วยค่ะ

5.       ชาอโรม่า/ชาแต่งกลิ่น (Aromatic tea, Flavored tea)

ชาอโรม่าก็คือ ชาที่นำผลิตภัณฑ์ที่ให้กลิ่นหอม เช่น ลาเวนเดอร์ อบเชย(ชินนามอน) เปลือกส้ม มาผสมกับใบชาต่างๆอาจจะเป็นชาดำ ชาขาว หรือชาเขียวก็ได้ ชาชนิดนี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับในชาชนิดอื่นๆ และชาอโรม่าบางชนิดที่ผสมผลไม้บางชนิด เช่นชาบลูเบอร์รี่ ก็อาจจะยิ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นได้

แต่ผลิตภัณฑ์ชาอโรม่าหรือชาแต่งกลิ่นนี้ ไม่แนะนำให้ทานแบบที่ชงสำเร็จบรรจุขวดมาขายนะคะ เพราะชาเหล่านี้มักจะใส่น้ำตาลในปริมาณมาก (น้ำตาลเยอะๆคงไม่ดีต่อสุขภาพแน่ๆ) และยังมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระน้อยกว่าแบบชงเองถึง 20 เท่าด้วยค่ะ

6.       ชาสมุนไพร (Herbal tea)

ชาสมุนไพรนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่ชา งงกันหรือไม่ค่ะ เนื่องจากชาสมุนไพรนั้นทำจากผลไม้ ดอกไม้ และสมุนไพรตากแห้ง ไม่ได้มีส่วนผสมที่เป็นใบชาเลย (แต่เราก็ยังเรียกว่าชา เพราะวิธีการชงนั้นเหมือนกับการชงชาทั่วๆไปนั่นเอง) ชาชนิดนี้ไม่มีคาเฟอีน (เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าไม่มีส่วนประกอบของใบชาอยู่เลย) แต่ไม่แนะนำให้ดื่มชาสมุนไพรยี่ห้อที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยลดน้ำหนักนะคะ เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะเจอชาที่ผสมยาระบายที่อาจเป็นพิษต่อร่างกายได้ค่ะ

ประโยชน์ของชาสมุนไพรนั้น ยังมีงานศึกษาวิจัยไม่มากนัก แต่ก็มีอยู่บ้างที่รายงานว่า การดื่มชาสมุนไพรจะช่วยทำให้ความดันเลือดลดลงในผู้ป่วยที่มีปัญหาความดันเลือดสูง ชาคาร์โมไมล์นั้นเชื่อกันว่าจะช่วยทำให้หลับสบายขึ้น และชาเปปเปอร์มินท์จะช่วยให้สบายท้องค่ะ